Live In Bangkok  ข่าวสารอัพเด็ท สาระดีๆ ไลฟ์สไตล์ ชีวิตคนเมือง
มิถุนายน 19, 2018, 11:25:45 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Search In WWWSearch In www.liveinbangkok.com
ข่าว:



ลงประกาศสินค้าฟรี
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พื้นที่โฆษณา ราคาพิเศษ สนใจติดต่อ 096 4422 556


www.up-man.com


พื้นที่โฆษณาติดต่อ 096 44 22 55 6


พื้นที่โฆษณาติดต่อ 096 44 22 55 6


www.up-man.com

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นมผึ้งและก็คุณค่าที่น่าสนใจขั้นตอนหนดีต่อร่างกาย  (อ่าน 3 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 0 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ittipan1989
อภิมหาเก๋าหมายังกลัว
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17710


« เมื่อ: มิถุนายน 13, 2018, 10:28:35 PM »

นมผึ้ง ได้ผลผลิตที่หลั่งออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ของผึ้งงาน นมผึ้งมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวเหมือนนม รสหวาน มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นของกินหลักของผึ้งนางพญาแล้วก็ตัวอ่อนผึ้งเพื่อช่วยกระตุ้นสำหรับการเจริญวัย หลายประเทศใช้นมผึ้งในฐานะยารักษาโรค อาหารเสริม และยังรวมไปถึงเป็นส่วนประกอบของครีมบำรุงรวมทั้งเครื่องแต่งตัว
นมผึ้งมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักราว 60-70% รวมทั้งอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆอย่างเช่น โปรตีน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน นอกนั้น ยังเจอสารอื่นในนมผึ้ง ได้แก่ กรดไขมันเอชดีเอ (10-Hydroxy-Trans-2-Decenoic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีหน้าที่สำหรับในการเติบโตของผึ้ง สารแอซิว่ากล่าวลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกรวมทั้งกลไกแนวทางการทำงานของร่างกาย รวมทั้งฮอร์โมนเพศ อาทิเช่น เทสโทสเตอโรน โปรเจสเตอโรน ฯลฯ ทั้งนี้สถานที่ ภูมิศาสตร์ แล้วก็ลักษณะอากาศเป็นตัวแปรที่ทำให้ส่วนประกอบของนมผึ้งแตกต่างกันออกไป ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเชื่อว่าการกินนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยทุเลาอาการวัยทอง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย รักษาโรคเบาหวาน รวมถึงแผลโรคเบาหวาน เป็นต้น ทั้งยังยังเชื่อกันอีกว่าถ้าหากนำนมผึ้งทาที่หนังศีรษะอาจช่วยกระตุ้นการเจริญเติบของเส้นผมอีกด้วย ซึ่งคำกล่าวอ้างกลุ่มนี้จะเป็นจริงหรือเปล่า และก็มีหลักฐานทางด้านการแพทย์มาดน้อยแค่ไหนที่จะช่วยยืนยันสรรพคุณ ผลดี แล้วก็ความปลอดภัยของนมผึ้งที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยสำหรับเพื่อการรักษาโรคเหล่านี้
คุณประโยชน์ของนมผึ้งที่อาจมีต่อร่างกาย
บรรเทาอาการวัยทอง อาการวัยทองเป็นปัญหาทางสุขภาพที่เกิดขึ้นอยู่กับหญิงวัยกลางคน นำไปสู่อาการหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ช่องคลอดแห้ง แสบร้อนหรือคันในช่องคลอด เจ็บขณะร่วมเพศ ฯลฯ
อาการดังที่กล่าวมาแล้วสามารถบรรเทาลงได้ด้วยการใช้สารหล่อลื่น แม้กระนั้นสารหล่อลื่นส่วนมากจะออกฤทธิ์ได้เพียงชั่วครั้งคราว ซึ่งนมผึ้งมีคุณสมบัติต้านจุลชีวิน (Antimicrobial Activity) แล้วก็มีคุณลักษณะคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน
จากการเรียนโดยให้สตรีวัยทองที่แต่งงานแล้วอายุ 50-65 ปี จำนวน 90 คน กรุ๊ปหนึ่งใช้ครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้ง 15% กรุ๊ปหนึ่งใช้ฮอร์โมนทดแทนเอสโตรเจนจำพวกครีมยี่ห้อหนึ่ง แล้วก็อีกกรุ๊ปใช้สารหล่อลื่นทาบริเวณช่องคลอดตรงเวลา 3 เดือน พบว่าครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้งมีประสิทธิภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรีวัยทองได้มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับฮอร์โมนตอบแทนเอสโตรเจนประเภทครีมและก็สารหล่อลื่น ซึ่งจากผลการทดลองอาจจะบอกได้ว่าการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตแล้วก็บรรเทาอาการวัยทองที่เกี่ยวกับช่องคลอดของผู้หญิงวัยทอง และก็ทางผู้ศึกษาค้นคว้าและวิจัยยังได้กำหนดอีกว่าถ้าเพิ่มความเข้มข้นของนมผึ้งก็บางครั้งก็อาจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นได้
ลดระดับไขมันในเลือด นมผึ้งมีส่วนประกอบของสารอาหารหลายอย่าง หนึ่งในนั้นเป็นกรดไขมันสายกลาง (Medium Chain Fatty Acid) และก็สารประกอบที่มีคุณลักษณะช่วยลดไขมันในเลือด ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาที่ให้สตรีวัยทองสุขภาพแข็งแรงปริมาณ 36 ผู้รับประทานนมผึ้งขนาด 150 มิลลิกรัม ตรงเวลา 3 เดือน โดยตรวจสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่อาจจะก่อให้กำเนิดโรคเส้นโลหิตและก็หัวใจ รวมทั้งระดับไขมันในเลือดทั้งยังก่อนแล้วก็ข้างหลังการทดลอง พบว่ามีการเปลี่ยนของระดับไขมันในเลือดอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยที่ระดับคอเลสเตอรอลจำพวกที่ไม่ดี (LDL) ลดลง 4.1% ระดับคอเลสเตอรอลรวม (TC) ลดน้อยลง 3.09% แล้วก็ระดับคอเลสเตอรอลจำพวกที่ดี (HDL) มากขึ้น 7.7% จากผลของการทดลองอาจจะบอกได้ว่าการกินนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยลดระดับไขมันในเลือด และก็อาจเป็นโอกาสหนึ่งสำหรับเพื่อการควบคุมอาการวัยทองที่เกี่ยวพันกับภาวการณ์ไขมันในเลือดสูง นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีกการเรียนหนึ่งที่ให้อาสาสมัครซึ่งมีภาวะไขมันในเลือดสูงชนิดไม่รุนแรงปริมาณ 40 คน รับประทานนมผึ้งขนาด 350 มิลลิกรัมวันละ 9 แคปซูล เป็นเวลา 3 เดือนก็แสดงให้เห็นถึงระดับไขมันในเลือดที่น้อยลงเช่นกัน ทั้งยังยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศ (Dehydroepiandrosterone Sulphate: DHEA-S) แล้วก็ลดการเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจได้อีกด้วย
บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน อาการก่อนมีเมนส์มักมีผลในทางลบกับสุขภาพของเพศหญิง บางครั้งการรักษาโดยไม่ใช้ยาก็อาจช่วยทุเลาให้อาการต่างๆดีขึ้นได้ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ให้นิสิตหมอจำนวน 110 คน รับประทานนมผึ้งขนาด 1,000 มก.วันละ 1 ครั้ง โดยเริ่มในวันแรกที่มีประจำเดือน และกินตลอดจนถึงหมดประจำเดือนในรอบถัดไป พบว่าอาการก่อนมีประจำเดือนลดน้อยลง
จากผลของการทดสอบอาจกล่าวได้ว่าการกินนมผึ้งติดต่อกันตรงเวลา 2 เดือน บางทีอาจช่วยทุเลาอาการก่อนมีประจำเดือนได้
รักษาแผลโรคเบาหวาน แผลเบาหวานเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้มากในคนป่วยเบาหวานที่ควบคุมอาการได้ไม่ดี ส่วนใหญ่จะเจอแผลเบาหวานที่รอบๆเท้า โดยเฉพาะนิ้วโป้งเท้าแล้วก็ปลายฝ่าเท้า
ซึ่งนมผึ้งประกอบไปด้วยสารประกอบฟีนอลิคทำหน้าที่ต้านทานอนุมูลอิสระ โปรตีนที่มีคุณลักษณะต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งกรดไขมันเอชดีเอ ที่ช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ ก็เลยคาดว่าบางทีก็อาจจะช่วยรักษาแผลโรคเบาหวานได้
จากการศึกษาชิ้นหนึ่งให้คนเจ็บที่มีแผลเบาหวานที่ได้รับการดูแลรักษาหลักตามปกติ ทายาที่มีความเข้มข้นของนมผึ้ง 5% ในรอบๆที่เป็นแผลแล้วก็ปิดแผลด้วยแผ่นปิดแผลจำพวกปลอดเชื้อเป็นเวลา 3 เดือนหรือจนกว่าแผลจะหาย
และมีการประเมินผลอาทิตย์ละ 3 ครั้ง พบว่าใช้เวลาเฉลี่ย 41 วันก็เลยทำให้แผลหายดี รวมทั้งค่าเฉลี่ยของความยาว ความกว้าง แล้วก็ความลึกของแผลลดน้อยลงวันละ 0.35 มิลลิเมตร 0.28 มิลลิเมตร แล้วก็ 0.11 มม.เป็นลำดับ
จากผลการศึกษาอาจจะบอกได้ว่านมผึ้งอาจมีความสามารถเป็นโอกาสหนึ่งสำหรับการรักษาแผลโรคเบาหวานควบคุ่ไปกับการดูแลรักษาหลัก อย่างไรก็ดีผลวิจัยข้างต้นมีผู้เข้าร่วมการทดสอบเพียงแต่ 8 คน
ซึ่งบางครั้งอาจจะเล็กเกินความจำเป็นที่จะสรุปความสามารถของนมผึ้งสำหรับในการรักษาแผลเบาหวาน
แต่ว่าการเรียนชิ้นหนึ่งได้แสดงให้เห็นผลลัพธ์ของนมผึ้งที่แตกต่างกันออกไป โดยให้ผู้ที่มีแผลเบาหวานทายาซึ่งมีความเข้มข้นของนมผึ้ง 5% ในบริเวณที่เป็นแผลเป็นเวลา 3 เดือนหรือจะกว่าแผลจะหายเช่นเดียวกัน
แต่ว่ายังไม่สามารถที่จะสรุปได้ว่านมผึ้งมีประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการรักษาแผลโรคเบาหวานได้มากกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่ใช้ยาหลอกเนื่องมาจากการเล่าเรียนทั้งยัง 2 ชิ้นข้างต้นบ่งบอกถึงผลของนมผึ้งที่ตรงกันข้ามกัน จึงบางทีอาจยังไม่สามารถสรุปความสามารถของนมผึ้งสำหรับการรักษาแผลโรคเบาหวานได้อย่างชัดเจน จึงจึงควรเล่าเรียนเพิ่มเติม
บรรเทาอาการอ่อนเพลียจากโรคมะเร็ง
อาการอ่อนกำลังที่มีเหตุมาจากโรคมะเร็งเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการดูแลรักษาอีกทั้งการฉายรังสีหรือการทำเคมีบรรเทา มักส่งผลต่ออารมณ์ จิตใจ ร่างกาย และคุณภาพชีวิตของผู้เจ็บป่วย ซึ่งการรับประทานยา การบำบัด หรือการออกกำลังกายบางทีอาจช่วยทุเลาอาการลงได้ รวมถึงการทานอาหารเสริม ตัวอย่างเช่น นมผึ้งก็อาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการเหมือนกัน จึงสอดคล้องกับการเล่าเรียนหนึ่งที่ให้คนป่วยโรคมะเร็งอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 52 คน พบว่ากรุ๊ปที่กินน้ำผึ้งแปรรูปและนมผึ้งขนาด 5 มก. วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 อาทิตย์ มีอาการเมื่อยล้าจากโรคมะเร็งดีขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติเมื่อเทียบกับอีกกลุ่มที่ักินน้ำผึ้งบริสุทธิ์ อย่างไรก็แล้วแต่ยังจำเป็นที่จะต้องศึกษาเพิ่มอีกถึงหน้าที่ที่จริงจริงของนมผึ้งสำหรับการบรรเทาอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจากโรคมะเร็ง
รักษาไข้ละอองฟาง
โรคภูมิแพ้ที่ระบบภูมิต้านทานของร่างกายตอบสนองอย่างรุนแรงกับละอองเกสรดอกไม้หรือสารอื่นๆทำให้คนไข้มีลักษณะอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา หูอื้อ เป็นต้น ซึ่งจากการศึกษาทดสอบโดยให้เด็กอายุ 5-16 ปี ที่เจ็บป่วยละอองฟาง จำนวน 80 คน กลุ่มหนึ่งรักษาโดยใช้การกินผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมผึ้งและอีกกลุ่มรับประทานยาหลอกเป็นเวลา 3-6 เดือน แล้วก็กระทั่งจะจบฤดูของเกสรดอกไม้ พบว่า 2 กลุ่มยังคงเจอลักษณะของไข้ละอองฟาง และก็หรูหราความร้ายแรงของอาการที่ไม่ต่างกันเท่าไรนัก จากผลวิจัยอาจพูดได้ว่านมผึ้งบางทีอาจไม่มีสมรรถนะต่อการรักษาไข้ละอองฟางและไม่สามารถบรรเทาอาการต่างๆให้ได้
จึงยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมรรถนะของนมผึ้งในการรักษาไข้ละอองฟางที่แจ้งชัดยิ่งขึ้น
ความปลอดภัยสำหรับเพื่อการรับประทานนมผึ้ง
การกินนมผึ้งค่อนข้างจะไม่เป็นอันตรายถ้ารับประทานในปริมาณที่สมควร แม้กระนั้นก็ได้โอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงได้ ได้แก่ เลือดออกในลำไส้ เจ็บท้อง หรือถ่ายเป็นเลือด ฯลฯ บางรายแม้มีอาการแพ้อย่างหนักอาจทำให้มีลักษณะอาการโรคหอบหืด คอบวม หรือถึงขั้นเสียชีวิต อีกทั้งการใช้นมผึ้งทาที่รอบๆผิวหนังค่อนข้างจะไม่เป็นอันตราย แต่ไม่ควรทาบริเวณหนังหัวเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคัน หรือมีอาการอักเสบ
ข้อควรคำนึงในการรับประทานนมผึ้งโดยยิ่งไปกว่านั้นบุคคลในกลุ่มดังต่อไปนี้
คนที่กำลังตั้งท้องหรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือพอเพียงเกี่ยวกับความปลอดภัยของนมผึ้ง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ควรรับประทานนมผึ้งถ้าหากกำลังท้องหรืออยู่ในตอนให้นมลูกคนเจ็บโรคหอบหืดหรือคนที่มีลักษณะแพ้สินค้าที่มีนมผึ้งเป็นองค์ประกอบ อาจทำให้เกิดอาการแพ้อย่างหนัก หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้คนเจ็บโรคผิวหนังอักเสบ การรับประทานหรือทานมผึ้งอาจจะเป็นผลให้อาการร้ายแรงเยอะขึ้นผู้เจ็บป่วยความดันโลหิตต่ำ การรับประทานนมผึ้งอาจจะเป็นผลให้ระดับความดันเลือดลดลดลงมากเกินความจำเป็นคนที่อยู่ในช่วงกินยารักษาโรค ดังเช่นว่า ยาวาร์ฟาริน เนื่องจากการกินนมผึ้งอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลฟกช้ำได้ง่าย

เครดิตบทความจาก : http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/royal-jelly/

Tags : นม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ขาย เครื่องออกกำลังกายทุกชนิด

ขาย เครื่องออกกำลังกายทุกชนิด

Up Man เครื่องออกกำลังกายทุกชนิด

พื้นที่โฆษณา ราคาพิเศษ สนใจติดต่อ 096 44 22 55 6


Kio ควบคุมดูแลไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม


ลงทุนธุรกิจฟิตเนสง่ายๆ ผลตอบแทนระยะยาว


เวย์โปรตีน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ


พื้นที่โฆษณาติดต่อ 096 44 22 55 6

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media Valid XHTML 1.0! Valid CSS!


หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.069 วินาที กับ 25 คำสั่ง