Live In Bangkok  ข่าวสารอัพเด็ท สาระดีๆ ไลฟ์สไตล์ ชีวิตคนเมือง
พฤศจิกายน 22, 2017, 09:41:35 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Search In WWWSearch In www.liveinbangkok.com
ข่าว: ไม่รู้จักการเริ่มต้น คุณก็จะไม่มีวันรู้จักความสำเร็จ
การเริ่มต้นต้องเริ่มจาก1ไม่นับ1ไม่มีทางไปถึง4 5 6 และ10ได้ เริ่มทำซ๊ะตั้งแต่วันนี้ อย่าได้แต่คิด
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
พื้นที่โฆษณา ราคาพิเศษ สนใจติดต่อ 096 4422 556


www.up-man.com


L-Carnitine ช่วยเผาผลาญไขมัน


พื้นที่โฆษณาติดต่อ 096 44 22 55 6


Kio ควบคุมดูแลไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การรักษาศีลอุโบสถ(ศิล8) ในวันพระ ได้บุญมหาศาล  (อ่าน 4115 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 0 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Live In Bangkok
ไม่เริ่ม ก็อย่า ทำลาย
Administrator
อภิมหาเก๋าหมายังกลัว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3705


อย่าเอาเรื่องของเราให้เป็นภาระคนอื่น


เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 23, 2011, 03:49:48 PM »

ศีลอุโบสถ 
จะรักษาในวันพระสามารถสมาศีล  โดยรับจากพระ หรือ ถ้าเราเป็นผู้มีไตรสรณะคมสมบูรณ์อยู่แล้วเป็นปกติ ก็สามารถสมาทานศีลอุโบสถด้วยตัวเอง และรักษาศีลอุโบสถอยู่ที่บ้านก็ได้ โดยเริ่มสมาทานศีลอุโบสถในวันพระได้ตั้งแต่รุ่งอรุณ คือแสงอาทิตย์ส่องเห็นลายมือหรือ เห็นใบไม้เป็นสีเขียวแล้ว  และเมื่อถึงรุ่งอรุณในวันถัดไป ศีลอุโบสถที่สมาทานไว้จะเหลือเพียงแค่ ศีล ๕ หรือ ศีล ๘  ตามที่ได้สมาทานรักษาไว้ก่อนหน้าที่จะสมาทาน ศีลอุโบสถในวันพระ โดยไม่ต้องลาศีลอุโบสถเหมือนศีล ๘  เพราะในคำสมาทานศีลอุโบสถนั้นได้ประกาศไว้แล้วว่าเราจะรักษาศีลอุโบสถเพียงวันหนึ่งคืนหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นพอรุ่งอรุณเราก็จะออกจากศีลโดยอัตโนมัติตามที่ได้ตั้งใจอธิษฐานไว้



                มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะสะหะ   ปัญจะ   สีลานิยาจามะ
  ทุติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะสะหะ    ปัญจะ   สีลานิยาจามะ
  ตติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะสะหะ    ปัญจะ   สีลานิยาจามะ


(นั่งพับเพียบ ประนมมือ ว่าตามไปทีละบทดังต่อไปนี้)  ( ตั้ง นะโม  ๓  จบ )

พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ   
ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ   
สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ   
ทุติยัมปิ ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ 
ทุติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ 

ตติยัมปิ พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ 
ตติยัมปิธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ   
ตติยัมปิ  สังมัง  สะระณัง  คัจฉามิ


1.ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์เองและใช้ผู้อื่นฆ่า)
2.อะทินนาทานา เวระมะณีสิกขาปะทัง สะมาทิยามิ(คือ เว้นจากการขโมยเองหรือใช้ผู้อื่น)
 3.กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (คือ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม)
4 .มุสาวาทา เวระมะณี  สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (คือเว้นจากการพูดไม่จริง)     
 5.สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (คือ เว้นจากการดื่มเครื่องดองของเมา (สรุปศีล)

 อิมานิ   ปัญจะ   สิกขาปะทานิ   สะมาทิยามิ      ( ๓ จบ )   

หมายเหตุ
เรามีศีลไว้ให้ขาดดีกว่าเราไม่มีศีลให้ขาด  ถ้าเราไม่มีศีลเราก็อยู่แบบกินบุญเก่าของเรากับการทำ บาปเท่านั้น
เพราะศีล๕  ถึงเราไม่รักษาเราทำผิดก็เป็นบาปเหมือนกับการที่เรารักษาศีลเหมือนกัน แต่ช่วงที่เรารักษาศีลทำขาดก็เป็นบาป 
ช่วงที่เรายังไม่ได้ต่อศีล  (วิรัตศีล) เราก็กินบุญเก่าเท่านั้นเอง การถือศีล๕ เพียงวันหนึ่งคืนหนึ่ง ถือได้ว่าเป็น หนึ่งครั้ง 
(นับจากพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าของวันนี้ จนพระอาทิตย์ขึ้นรุ่งอรุณของอีกวันหนึ่ง) และเมื่อเราทำศีลขาดเราสามารถต่อศีล ๕  เองได้

เราเรียกว่า.การวิรัตศีล๕หรือการต่อศีลดังนี้...กราบพระ ๓ ครั้ง(บูชาพระแบบย่อ)

 อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ   ภะคะวา พุทธังภะคะวันตังอะภิวาเทมิ (กราบ)
 สะวากขาโต  ภะคะวะตาธัมโม   ธัมมังนะมัสสามิ (กราบ)
 สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ สังฆังนะมามิ (กราบ

(คำอธิษฐานการ ต่อศีล  ๕)
ด้วยอานุภาพ  คุณพระพุทธ   คุณพระธรรม    คุณพระสงฆ์    คุณบิดา-มารดา    คุณครู อาจารย์
ข้าพเจ้าได้ทำศีลข้อ (.... )ขาด(ทำข้อไหนขาด  ทำอะไร  ก็บอกไปด้วย ) ข้าพเจ้าขอต่อศีล ๕  ให้สมบูรณ์ดังเดิม 
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

(สรุปศีล)     
 อิมานิ   ปัญจะ   สิกขาปะทานิ   สะมาทิยามิ    ( ๓ จบ )
(กราบพระ ๓ ครั้ง)  พระพุทธ, พระธรรม,  พระสงฆ์,  (ศีล ๕ ของเราก็สมบูรณ์เป็นปกติ)


ศีลอุโบสถ...อาราธนา ศีลอุโบสถ (นั่งคุกเข่า)  กราบพระ ๓ ครั้ง ตั้ง นะโม ๓ จบ 
(นั่งพับเพียบ ประนมมือ ว่าตามไปทีละบทดังต่อไปนี้)


(การถือศีล ๕,ศีล๘, ศีลอุโบสถ)
     การสมาทานศีล (รับจากพระ)หรือตั้งใจวิรัตเอาเอง, ผู้มีศีลสมบูรณ์ รับศีล ๕  ศีล ๘  ศีลอุโบสถ  เมื่อตั้งใจรับศีลมาแล้ว มีไตรสรณะคมสมบูรณ์แล้ว ควรรักษาไว้ให้ดี ถ้าเราทำศีลขาดข้อใดข้อหนึ่ง เราก็จะเป็นบาปในข้อนั้นๆ ( แต่ศีลจะขาดหมดทุกข้อ ) เพราะเราสมาทานรวมทั้งหมด แต่อย่าปล่อยให้ศีลของเราขาด  ( ข้าม 1 วัน 1 คืน) เพราะตัวเราเองสามารถต่อศีลด้วยตัวเราเองได้ เราเรียกว่า  “การวิรัตศีล”  คือการอธิษฐานศีลด้วยตัวเอง  (หรือการต่อศีลด้วยตัวเราเอง) ศีล๕  ศีล๘

 พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ      ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ      สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ 
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ  ธัมมังสะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆังสะระณังคัจฉามิ
ตติยัมปิ พุทธังสะระณังคัจฉามิ     ตติยัมปิ ธัมมังสะระณังคัจฉามิตติยัมปิ  สังฆัง สะระณังคัจฉามิ   

1.  ปาณาติปาตา    เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์เองและใช้ผู้อื่นฆ่า)
2.  อะทินนาทานา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากการขโมยเองหรือใช้ผู้อื่น)
3.  อะพรัหมะจะริยา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากกรรมอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ คือ ไม่ยินดีในรูป กลิ่น เสียง สัมผัส อารมณ์ )
4.  มุสาวาทา  เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากการพูดไม่จริง)
5.  สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากการดื่มเครื่องดองของเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท )
6.  วิกาละโภชะนา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือ ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงรุ่งอรุณแดงของวันใหม่ )
7. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ มัณทะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี  สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(คือ เว้นจากการดู ฟัง ฟ้อนรำ ขับร้อง และประโคมดนตรีและทัดทรงตกแต่งร่างกาย ด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้หอม เครื่องทา เครื่องย้อมผัดผิวให้งามต่างๆ )
8.  อุจจาสะยะนะ  มะหาสะยะนา  เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
(คือ เว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียง ตั่ง มีเท้าสูงเกินประมาณ และที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ภายในใส่นุ่นและสำลี อาสนะอันวิจิตรไปด้วยลวดลายงามด้วยเงินทองต่างๆ)

สรุปศีล๘         
(อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ ) ( ๓ จบ )

                          มะยัง   ภันเต   ติสะระเณนะสะหะ    อัฏฐังคะสะ มันนาคะตัง  อุโปสะถัง  ยาจามะ
           ทุติยัมปิ   มะยัง ภันเต   ติสะระเณนะสะหะ    อัฏฐังคะสะ มันนาคะตัง  อุโปสะถัง  ยาจามะ
           ตติยัมปิ   มะยัง ภันเต   ติสะระเณนะสะหะ    อัฏฐังคะสะ มันนาคะตัง   อุโปสะถัง ยาจามะ
         (กรณีว่าคนเดียวให้เปลี่ยน  มะยัง  เป็น  อะหัง  และ   ยาจามะ  เป็น  ยาจามิ)

    (นั่งพับเพียบ)  ประนมมือ  ว่าตามไปทีละบทดังต่อไปนี้  ตั้ง นะโม  ๓  จบ
           พุทธัง  สะระณัง คัจฉามิ    ธัมมัง สะระณัง  คัจฉามิ     สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ
     ทุติยัมปิ  พุทธัง  สะระณัง คัจฉามิ   ทุติยัมปิ  ธัมมัง สะระณัง  คัจฉามิ   ทุติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ
     ตติยัมปิ  พุทธัง  สะระณัง คัจฉามิ    ตติยัมปิ  ธัมมัง สะระณัง  คัจฉามิ    ตติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

 1.  ปาณาติปาตา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง   สะมาทิยามิ
2.  อะทินนาทานา เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
3.  อะพรัหมะจะริยา  เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
4.  มุสาวาทา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
5.  สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
6.  วิกาละโภชะนา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
7.  นัจจะคี ตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ  มัณทะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
8.   อุจจาสะยะนะ  มะหาสะยะนา  เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ

(พระนำ)    
( อิมัง  อัฏฐังคะสะ มันนาคะตัง  พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง อิมัญจะรัตติง   อิมัญจะทิวะสัง  สัมมะเทวะอะภิรักขิตุง  สะมาทิยามิ )

(ข้าพเจ้าสมาทาน  ศีลอุโบสถ  ที่พระพุทธเจ้า ทรงบัญญัติไว้ อันประกอบด้วยองค์  ๘  ประการดังได้สมาทานมาแล้วนี้  จะรักษาไว้ให้ดีไม่ให้ขาด  ไม่ให้ทำลาย  วันหนึ่งคืนหนึ่ง  ณ เวลาวันนี้ )

สรุปศีล    
(  อิมานิ   อัฏฐะ   สิกขาปะทานิ   อัชเชกัง รัตตินทิวัง อุโปสะถะวะเสนะ สาธุกัง รักขิตัพพานิ ) (รับ)    อามะภันเต     (รับ)    สาธุ            (กราบ  พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์)

คำอธิบายความรู้เกี่ยวกับการถือศีลที่ถูกต้อง...

ศีลข้อที่ 1.  ปาณาติปาตา เวระมะณี ฯ   ( เว้นจากการฆ่า หรือ ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า )  การที่ศีลข้อนี้จะขาดได้นั้น มีองค์ประกอบ ๕ อย่าง คือ  สัตว์มีชีวิต ๑, รู้อยู่ว่าสัตว์มีชีวิต ๑,  จิตคิดจะฆ่า ๑,  พยายามเพื่อจะฆ่า ๑,  สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น ๑,  ( เมื่อเราได้ทำครบองค์ประกอบ ทั้ง๕  ศีลเราขาด )

ศีลข้อที่ 2. อะทินนาทานา  เวระมะณี ฯ ( เว้นจากการลักขโมย หรือใช้ให้ผู้อื่นลักฯ ) การที่ศีลข้อนี้จะขาดได้นั้น มีองค์ประกอบ  ๕  อย่าง คือ  ของที่เขาหวงแหน ๑,  รู้อยู่ว่าเขาหวงแหน ๑, จิตคิดจะลัก ๑, พยายามเพื่อจะลักลักของเขามาด้วยความพยายามนั้น๑,  ( เมื่อทำครบองค์ประกอบทั้ง ๕  ศีลเราขาด ) 

 ศีลข้อที่ 3. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี ฯ ( เว้นจากการประพฤติผิดในกาม )ระหว่างชาย กับ หญิง ต่างกันคือ (หญิง ต้องห้ามคือ) หญิงที่มีสามี, หญิงที่มีญาติปกครองอยู่  เช่น. มี บิดา มารดา,หรือ มีพี่ชาย,พี่สาว,ลุง-ป้า,ตา-ยายปกครองอยู่   หรือ หญิง ที่มีจารีตรักษาอยู่ เช่น. หญิง ที่รักษาศีล ๘, หรือ ศีล อุโบสถ,ชาย ต้องห้ามมี 2 ประเภท คือ. 1.  ชายอื่นนอกจากสามีตน ( สำหรับหญิงที่มีสามีอยู่แล้ว )2.   ชายที่จารีตห้าม เช่น ( พระภิกษุ, สามเณร, อุบาสกที่รักษาศีล ๘ ศีล อุโบสถ.

ศีลข้อที่ 4.  มุสาวาทา เวระมะณี ฯ ( เว้นจากการพูดเท็จ  ) หรือ การทำกิริยา ท่าทางต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิด  การสั่นหัวในเรื่องที่ใช่,  หรือ การพยักหน้าในสิ่งที่ไม่ใช่  ก็เป็นการมุสา เช่นกัน.(มุสาให้เขาสบายใจก็ผิดศีลเหมือนกัน )  แต่การที่เราพูดคำหยาบ ศีลไม่ขาด แต่ศีลทะลุ  และเป็นกรรมด้วย  การพูดส่อเสียด คือ การที่เรานำ เรื่องของผู้อื่นมาพูดคุยกับอีกคนหนึ่งในทางที่เสียหาย ในทางที่ไม่ดี หรือ ยุยงให้ผู้อื่นเขาแตกคอกัน เพื่อให้อีกฝ่ายมารักไคร่ตนเอง ก็ ไม่ดี  ทำให้ศีลด่างพร้อย  หรือ พูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระก็เช่นกัน.

ศีลข้อที่ 5. สุรา เมระยะ มัชชะ ปะมา ทัฏฐานา เวระมะณี ฯ ( เว้นจากการดื่มเครื่องดอง ของเมา ) อันเป็นที่ตั้งของความประมาท  รวม ทั้งของที่เสพเข้าไปแล้วทำให้เราขาดสติ ด้วย เช่น. ฝิ่น  กัญชา  เฮโรอีน ยาอี ยาบ้า
(สำหรับท่านที่ถือ ศีล ๘  หรือ ศีล อุโบสถ  มีศีลที่แตกต่างกันดังนี้...)

ศีลข้อ ที่ 3.  เปลี่ยนมาเป็น ( อะพรหมจริยา เวระมะณีฯ)  เว้นจากการประพฤติผิดพรหมจรรย์  คือ  ห้ามมีเพศสัมพันธ์   ถ้าเพียงจับมือถือแขนกัน ศีลยังไม่ขาด  หรือเพียงกอด จูบศีลยังไม่ขาด  แต่ศีลเศร้าหมองด่างพร้อย  หรือ การสำเร็จความไคร่ให้กับตัวเองก็ไม่ได้ เช่นกัน...
       
ศีลข้อ ที่ 6. วิกาละ โภชนา เวระมะณีฯ ( คือการงดเว้นรับประทานอาหาร ในยามวิกาล คือหลังจากเที่ยงวัน จนถึง รุ่งอรุณของวันใหม่ (ศีลข้อนี้จะรับประทานอาหารได้ตั้งแต่รุ่งอรุณ)
คือ แสงพระอาทิตย์ส่องเห็นลายมือ  หรือ มองเห็นใบไม้เป็นสีเขียวแล้ว  จึงรับประทานอาหารได้ตามปกติ. จนถึงเที่ยงวัน หลังจากนั้นให้งดอาหาร และ ควรแปรงฟันให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้ไม่มีเศษอาหารล่วงลำคอหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว    ( สิ่งที่รับประทานได้ หลัง เที่ยงวันไปแล้ว คือ )   น้ำปานะ,   ยารักษาโรคทุกชนิด, หรือ - เภสัช ทั้ง ๕  มี เนยใส,  เนยข้น, น้ำผึ้ง, น้ำอ้อย,  น้ำมัน,
หรือ -  น้ำตาลทุกชนิด  เช่น น้ำอัดลม,  น้ำชา,  กาแฟ,  น้ำตะไคร้,  น้ำขิง,  ลูกอมที่ทำด้วยน้ำตาล,     
หรือ -  ลูกสมอ  - ลูกจัน- มะขามป้อม ( น้ำปานะ ) – คือ  น้ำผลไม้ที่กรองแล้วไม่มีกาก   คั้นกรองจากผลไม้ที่มีขนาดตั้งแต่ลูกมะตูมลงไป  เช่น. น้ำฝรั่ง  น้ำแอปเปิ้ล  น้ำชมพู่ ฯลฯ   ส่วนน้ำผลไม้จากมหาผล ดื่มไม่ได้     หมายถึง  ผลไม้ที่ใหญ่กว่าลูกมะตูม นำมาดื่มไม่ได้ เช่น. น้ำสัปปะรด  น้ำแตงโม  น้ำส้มโอ  น้ำมะพร้าว ฯลฯ
(น้ำผัก และน้ำ ธัญพืช)  ที่ดื่มไม่ได้  เช่น. น้ำเต้าหู้,  น้ำข้าวทุกชนิด, น้ำถั่วทุกชนิด,
(โอวัลติน, โกโก้, กาแฟ, ที่มีส่วนผสมของครีมเทียม หรือใส่ ครีมเทียม) รับประทานไม่ได้หลังเที่ยงวันไปแล้ว...

  ศิลข้อ ที่7. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ มัณทะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี
(คือ เว้นจากการดู ฟัง ฟ้อนรำ ขับร้อง และประโคมดนตรีและทัดทรงตกแต่งร่างกาย ด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้หอม เครื่องทา เครื่องย้อมผัดผิวให้งามต่างๆ )

ศิลข้อ ที่8.  อุจจาสะยะนะ  มะหาสะยะนา  เวระมะณี
(คือ เว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียง ตั่ง มีเท้าสูงเกินประมาณ และที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ภายในใส่นุ่นและสำลี อาสนะอันวิจิตรไปด้วยลวดลายงามด้วยเงินทองต่างๆ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2011, 03:50:50 PM โดย Live In Bangkok » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า



ลงประกาศ ซื้อ-ขาย สินค้า บริการ ฟรีที่นี่ กดเลย!!
Live In Bangkok
ไม่เริ่ม ก็อย่า ทำลาย
Administrator
อภิมหาเก๋าหมายังกลัว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3705


อย่าเอาเรื่องของเราให้เป็นภาระคนอื่น


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2011, 03:59:05 PM »

คำสมาทานศีลอุโบสถ
ต้องกล่าวอธิษฐานรับมา (นั่งคุกเข่า)
ขั้นตอนที่1 กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ขั้นตอนที่2 บูชาพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา - พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์ บริสุทธิ์หมดจด จากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย ได้ตรัสรู้ถูกถ้วนดีแล้ว

อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ - ข้าพเจ้าบูชา ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม - พระธรรมคือศาสนา อันพระผู้มีพระภาคเจ้า แสดงไว้ดีแล้ว

อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ- ข้าพเจ้าบูชา ซึ่งพระธรรมเจ้านั้น ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ -หมู่พระสงฆ์ผู้เชื่อฟัง ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว

อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ - ข้าพเจ้าบูชา ซึ่งหมู่สงฆเจ้านั้น ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ (กราบ)

ขั้นตอนที 3 อาราธนาศีลอุโบสถ

มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโปสะถัง ยาจามะ
มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโปสะถัง ยาจามะ
มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโปสะถัง ยาจามะ

(กรณี ว่าคนเดียวให้เปลี่ยน มะยัง เป็น อะหัง ,ยาจามะ เป็น ยาจามิ)

ขั้นตอนที่ 4 นะโมสรรเสริญพระพุทธเจ้า (นั่งพับเพียบ)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

ขั้นตอนที่ 5 ไตรสรณคมณ์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.
ตติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.
ตติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.
ตติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

ขั้นตอนที่ 6 สมาทานศีลอุโบสถ

ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

อะพรหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

นัจจะคีตะวาทิตะวิสุกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะทาระณะ
มัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

ขั้นตอนที่ 7 อธิษฐานรักษาศีลอุโบสถ

(พระนำ) อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง อิมัญจะ รัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง
สัมมะเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ.
ข้าพเจ้าสมาทานอุโบสถที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ
ดังได้สมทานมาแล้วนี้ จะรักษาไว้ให้ดี ไม่ให้ขาด ไม่ให้ทำลาย วันหนึ่ง คืนหนึ่ง ณ เวลานี้

ขั้นตอนที่ 8 สรุปศีลอุโบสถ

อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ อัชเชกัง รัตตินทิวัง อุโปสะถะวะเสนะ สาธุกัง รักขิตัพพานิ.
(รับว่า... อามะภันเต) (รับว่า... สาธุ)

ขั้นตอนที่ 9 กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ข้อห้ามศีลอุโบสถ
ข้อห้าม ศีลข้อ 1,2,4,5 เหมือศีล 5 ทุกประการ


ศีลข้อ 3 อะพรหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
(เว้นจากการประพฤติผิดพรหมจรรย์) คือ ห้ามมีเพศสัมพันธ์ จับมือถือแขนได้ แต่ห้ามเล้่าโลม
กอดจูบศีลยังไม่ขาด แต่ศีลด่างพร้อย การสำเร็จความใคร่ให้ตัวเองก็ไม่ได้ เช่นกัน

ศีลข้อ 6 วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
(เว้นจากการรับประทานอาหารในเวลาวิกาล) คือหลังเที่ยงจนถึงรุ่งอรุณ คือ แสงอาทิตย์ส่องเห็นลายมือ หรือแสงส่องใบไม้เป็นสีเขียวแล้ว จึงรับประทานอาหารได้ (ควรแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเที่ยงแล้ว เพื่อจะได้ไม่มีเศษอาหาร ล่วงลำคอหลังเที่ยงวันไปแล้ว)

สิ่งที่รับประทานได้หลังเที่ยงวันไปแล้ว
-ยารักษาโรคทุกชนิด
-เภสัชทั้ง 5 มีเนยใส เนยข้น น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำมัน
-น้ำตาลทุกชนิด น้ำอัดลม
-น้ำปานะ คือน้ำผลไม้ที่คั้นแล้วกรองแล้วไม่มีกาก คั้นกรองจากผลไม้ที่มีขนาดตั้งแต่ผลลูกมะตูมลงไป
เช่น น้ำส้ม น้ำองุ่น น้ำลำไย น้ำเก็กฮวย น้ำมะขาม น้ำกระเจี๊ยบ น้ำฝรั่ง น้ำแอปเปิ้ล น้ำลิ้นจี่ น้ำลูกพรุน น้ำมะตูม น้ำขิง น้ำตาลสด
ชา,กาแฟ(ที่ไม่ใส่ครีมและนม)

สิ่งที่รับประทานไม่ได้หลังเที่ยงวันไปแล้ว

-น้ำผลไม้มหาผล หมายถึง ผลไม้ที่มีผลใหญ่กว่าลูกมะตูมขึ้นไปดื่มไม่ได้ เช่น น้ำมะพร้าว น้ำส้มโอ น้ำสัปปะรด น้ำแตงโม
-น้ำนมทุกชนิดโอวัลติน โกโก้ กาแฟที่ใส่ครีมเทียมและ ชาใส่ครีมเทียม
-โกโก้ที่ไม่ใส่นม ช็อคโกแลต ก็ไม่ได้ เพราะผลโกโก้ใหญ่กว่ามะละกอ
-น้ำผัก น้ำธัญพืชทุกชนิด เช่น น้ำผักทุกชนิด น้ำข้าวทุกชนิด น้ำถั่วทุกชนิด น้ำเต้าหู้ น้ำฟักทอง น้ำแครอท
-หากมีข้อสงสัยไม่แน่ใจ (ก็ยกให้ศีลไม่รับประทานดีกว่า)

ศีลข้อ 7 นัจจะคีตะวาทิตะวิสุกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะทาระณะ
มัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. (แยกออกเป็น 2 ส่วนคือ)
-นัจจะคีตะวาทิตะวิสุกะทัสสะนา
คือ เว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง ประโคมเครื่องดนตรี ดูกีฬา การละเล่น ละคร โขน หนังต่างๆ เว้นจากการวิ่งเล่นกีฬา เล่นหมากรุก เล่นซ่อนหา ผิวปาก ตบมือเคาะจังหวะตามเสียงเพลง
ดูเกมส์โชว์ไม่ได้ ดูข่าวหรือสารคดีได้ ซื้อหวยวันนี้ไม่ได้เพราะว่าเป็นเชิงการพนันและการละเล่นอดใจไว้ซื้อวันอื่นนะจ๊ะ
-มาลาคันธะ วิเลปะนะ ทาระณะมัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา คือ เว้นจากการประดับตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับ เช่นสร้อยคอประดับ สร้อยข้อมือแหวน ต่างหู ผ้าชายครุย ดอกไม้ ของหอม เครื่องทาผิวเครื่องย้อมขัดผิวให้งาม แต่ถ้ามีเหตุ เช่น เป็นผื่นคัน สามารถทาแป้งแก้คันได้ ผิวแห้งทาโลชั่นได้ ริมฝีปากแตกแห้งทาลิปมันที่ไม่มีสีได้ ใช้ลูกกลิ้งเพื่อป้องกันหรือขจัดกลิ่นกายได้ แต่ทาเพื่อให้หอมไม่ได้
สำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องทำงานโดยหน้าที่ที่ต้องแต่งหน้าแล้ววันพระที่จะถือศีลอุโบสถจะต้องทำอย่างไร
ในวันนี้ก่อนที่จะสมาทานศีลอุโบสถก็ให้แต่งหน้าให้เข้มไปเลยชนิดที่ว่าอยู่ได้ทั้งวัน เครื่องประดับจะใส่อะไรก็ใส่ได้ตามใจชอบ จะใส่อะไรก็ให้เต็มที่เลยก่อนสมาทานศีล แต่หลังจากที่สมาทานศีลแล้ว อันนี้เติมแป้งไม่ได้แล้วนะ เครื่องประดับ เช่นแหวนที่ใส่อยู่หากหลังสมาทานศีลแล้วหากถอดออก แล้วจะใส่เข้าไปใหม่อันนี้ก็ไม่ได้เช่นกััน

ศีลข้อ 8 อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.
เว้นจากการนั่งหรือนอนบนที่นอนสูง ที่นอนใหญ่)
-ที่นอนสูง คือ เตียงหรือตั่งที่ขาเตียงหรือตั่งสูงเกิน 8 นิ้วพระสุคต(นิ้วของพระพุทธเจ้า)
ประมาณ 10 นิ้ว 3 กระเบียด (มาตราช่างไม้ไทย 4 กระเบียดเท่ากับ 1 นิ้ว)
(พิจารณาง่ายๆคือที่นอนใดที่นั่งแล้วขาลอยจากพื้นอันนี้ก็ถือว่าสูง)

-ที่นอนใหญ่ คือที่นอนหรือเครื่องปูลาดที่มีขนาดใหญ่พอ นางฟ้อนรำ 16 นางยืนรำได้

- ฟูกที่ยัดด้วยนุ่นหรือสำลีห้ามนอนเช่นกัน แต่หมอนยัดด้วยนุ่นหรือสำลีใช้หนุนศีรษะได้ ห้ามกอดหมอนข้าง

-เครื่องปูลาดที่วิจิตรด้วยเงินและทองห้ามนั่งหรือนอนเช่นกัน

ศีลอุโบสถที่รักษาในวันพระนั้น สามารถสมาทานศีลด้วยตนเอง รักษาศีลอุโบสถอยู่ที่บ้านได้
จะเริ่มสมาทานศีลอุโบสถในวันพระได้ตั้งแต่รุ่งอรุณ คือแสงอาทิตย์ส่องเห็นลายมือ หรือเห็นใบไม้เป็นสีเขียวแล้ว และเมื่อถึงรุ่งอรุณในวัดถัดไป ศีลอุโบสถที่สมาทานไว้จะเหลือเพีงแค่ ศีล 5หรือศีล 8 ตามที่ได้สมาทานรักษาไว้ก่อนหน้าที่จะสมาทานศีลอุโบสถในวันพระ โดยไม่ต้องลาศีลอุโบสถ เพราะในคำสมาทานนั้นได้ประกาศไว้แล้วว่า จะรักษาศีลอุโบสถเพียงแค่วันหนึ่ง คืนหนึ่งเท่านั้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า



ลงประกาศ ซื้อ-ขาย สินค้า บริการ ฟรีที่นี่ กดเลย!!
Live In Bangkok ข่าวสารอัพเด็ท สาระดีๆ ไลฟ์สไตล์ ชีวิตคนเมือง
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2011, 03:59:05 PM »

]

จำหน่ายเครื่องออกกำลังกาย - ฟิตเนส,ดัมเบล, บาร์เบล, ลู่วิ่ง, จักรยาน, พร้อมให้คำปรึกษาธุระกิจฟิตเนส

สนใจสั่งซื้อเครื่องออกกำลังกาย โทร.096 4422 556 Line ID : upman.com Website : www.up-man.com

 บันทึกการเข้า
mannoi4444
เก๋าเข้าขั้น
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 01:01:28 PM »

ขอบคุณข้อมูลค่ะ
คาสิโนออนไลน์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ขาย เครื่องออกกำลังกายทุกชนิด

หนังสือเด็กภาษาอังกฤษ ราคาถูก

L-Carnitine ช่วยเผาผลาญไขมัน

Up Man เครื่องออกกำลังกายทุกชนิด

L-Carnitine ช่วยเผาผลานไขมัน

ขาย เครื่องออกกำลังกายทุกชนิด

หนังสือเด็กภาษาอังกฤษ ราคาถูก

L-Carnitine ช่วยเผาผลาญไขมัน

L-Carnitine ช่วยเผาผลาญไขมัน

Up Man เครื่องออกกำลังกายทุกชนิด

หนังสือเด็กภาษาอังกฤษ ราคาถูก

พื้นที่โฆษณา ราคาพิเศษ สนใจติดต่อ 096 44 22 55 6


Kio ควบคุมดูแลไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม


ลงทุนธุรกิจฟิตเนสง่ายๆ ผลตอบแทนระยะยาว


เวย์โปรตีน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ


พื้นที่โฆษณาติดต่อ 096 44 22 55 6

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2006, Lewis Media Valid XHTML 1.0! Valid CSS!


หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.123 วินาที กับ 25 คำสั่ง